ขั้นตอนการเติมน้ำกรดและการชาร์จแบตเตอรี่ Conventional
1. เตรียมแบตเตอรี่ อุปกรณ์ที่จำเป็น และน้ำกรดที่มีค่าความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ. 1.250 ± 0.01) ตามมาตรฐาน พร้อมสวมถุงมือและแว่นตาป้องกัน เพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำกรดโดยตรง
2. เปิดจุกแบตเตอรี่ทุกช่อง จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำกรดลงทีละช่องให้ครบทั้ง 6 ช่องเซลล์ โดยเติมให้อยู่ในระดับ UPPER LEVEL ตามที่กำหนด
3. พักแบตเตอรี่ไว้ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง หากระดับน้ำกรดลดลง ให้เติมเพิ่มจนระดับแตะขอบฝาล่างพอดี โดยระวังไม่ให้ล้น
4. ตรวจสอบค่าแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่เพื่อทำการตั้งค่าในการชาร์จไฟ
4.1 วัดค่าแรงดันไฟฟ้าโดยใช้เครื่องมือ เช่น มัลติมิเตอร์ หรือแคลมป์มิเตอร์ ปรับค่าที่ต้องการวัดไปที่โหมดเช็คโวลท์ ใช้สายบวก(แดง) จิกที่ขั้วบวกแบตเตอรี่ สายลบ(ดำ) จิกที่ขั้วลบ
4.2 เปรียบเทียบค่าแรงดันที่ได้ เพื่อกำหนดระยะเวลาและกระแสไฟที่เหมาะสมในการชาร์จ
ตารางเปรียบเทียบแรงดันไฟฟ้า สถานะ ระยะเวลาในการรีชาร์ตแบตเตอรี่รถยนต์
5. การชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องชาร์จ AC 220 โวลต์
5.1 ต่อขั้วแบตเตอรี่เข้ากับเครื่องชาร์จ โดยเชื่อมต่อขั้วบวก (+) และขั้วลบ (–) ให้ถูกต้อง
5.2 เปิดสวิตช์ไปที่ตำแหน่ง ON จากนั้นปรับแรงดันไฟฟ้าและกระแสให้เหมาะสมตามค่าที่กำหนดในการชาร์จไฟ
5.3 ตรวจวัดกระแสไฟ (แอมป์) ให้ตรงหรือใกล้เคียงกับค่าที่กำหนด จากนั้นเริ่มจับเวลาในการชาร์จ
5.4 เมื่อแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ขณะชาร์จสูงกว่า 16–18 โวลต์ (วัดค่าโวลต์รวมระหว่างการชาร์จ) หรือครบระยะเวลาที่กำหนดให้ปรับแรงดันและกระแสกลับไปที่ตำแหน่ง OFF และปิดสวิตช์เครื่องชาร์จไปที่ตำแหน่ง OFF
5.5 จากนั้นพักแบตเตอรี่ไว้อย่างน้อย 30 นาที ก่อนวัดแรงดันไฟฟ้าอีกครั้ง โดยค่าที่ได้ควรอยู่ในระดับมาตรฐาน
* หมายเหตุ: กระแสไฟชาร์จมาตรฐานของเครื่องชาร์จแบบตู้ (ไฟ AC 220 โวลต์) สำหรับแบตเตอรี่ 1 ลูก จะแสดงค่าแรงดันขณะชาร์จประมาณ 17–18 โวลต์ เมื่อแบตเตอรี่มีประจุไฟเต็มสมบูรณ์
ข้อควรระวังในการชาร์จแบตเตอรี่