แบตเตอรี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์อาจเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากใช้งานหรือดูแลไม่ถูกวิธี ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการสตาร์ทและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
1. การประจุไฟน้อยเกิน (Undercharging) มักเกิดจากการใช้งานรถน้อย หรือระบบชาร์จไฟทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้แบตเตอรี่ชาร์จไฟได้ไม่เต็ม ส่งผลให้กำลังไฟไม่เพียงพอ และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
2. การประจุไฟมากเกิน (Overcharging) เกิดจากการชาร์จไฟเกินพอดี หรือระบบไดชาร์จทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมสูง และอาจทำลายโครงสร้างภายในของแบตเตอรี่ ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
3. การลัดวงจรภายในแบตเตอรี่ (Short Circuit) เกิดจากตะกอนสะสมที่ก้นแบตเตอรี่มากเกินไป หรือแผ่นธาตุเสียหาย/แตกหัก ทำให้ขั้วบวกและขั้วลบสัมผัสกัน
4. การเติมสารเพิ่มประสิทธิภาพ อาจรบกวนสมดุลเคมีภายในและทำให้แบตเตอรี่เสียหาย
5. ใช้แบตเตอรี่ผิดประเภท ไม่เหมาะกับรถหรือการใช้งาน ทำให้ประสิทธิภาพลดลง
6. ระบบไฟรถมีปัญหา เช่น ไฟรั่วหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานผิดปกติ ทำให้แบตเตอรี่ต้องจ่ายไฟตลอดเวลา ส่งผลให้แบตเตอรี่ทำงานหนักและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
7. แบตเตอรี่เสื่อมสภาพจากการเกิดซัลเฟต (Sulfation) ซึ่งเกิดจากการปล่อยแบตเตอรี่ทิ้งไว้นานโดยไม่ใช้งาน การชาร์จไฟไม่เพียงพอ (Undercharging) หรือระดับน้ำกรดไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดคราบซัลเฟตเกาะที่แผ่นธาตุ8. คุณภาพน้ำกรดและน้ำกลั่นไม่เหมาะสม เช่น ใช้น้ำกลั่นที่ไม่บริสุทธิ์ หรือใช้น้ำกรดที่ไม่มีคุณภาพตั้งแต่การเติมครั้งแรก ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว